top of page

ยักยอกทรัพย์

  • รูปภาพนักเขียน: Mint
    Mint
  • 6 ธ.ค. 2566
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา

คดียักยอกทรัพย์คืออะไร และกรณีใดบ้างที่ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ หากต้องการฟ้องร้องควรดำเนินการอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบให้คุณครับ

หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า “ยักยอก” ในบริบทของการยักยอกเงินบริษัทบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม คำว่ายักยอกสามารถใช้ได้กับทรัพย์สินทุกประเภท เพียงแค่การกระทำนั้นเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย ก็สามารถฟ้องคดียักยอกทรัพย์ได้ทันที


ยักยอกทรัพย์
โทษจำคุก3ปี ปรับ 60,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คดียักยอกทรัพย์เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหายักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา โดยความผิดฐานยักยอกนี้ระบุอยู่ในมาตรา 352 ซึ่งกำหนดว่า หากบุคคลใดครอบครองทรัพย์ที่เป็นของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นมีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วย แล้วเบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต บุคคลนั้นจะกระทำความผิดฐานยักยอก


ยักยอกทรัพย์
มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นไปเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก

องค์ประกอบความผิดฐานยักยอกทรัพย์

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา 352 สามารถแยกองค์ประกอบความผิดได้ดังนี้

1. การครอบครอง การครอบครองนี้จะต้องเป็นการครอบครองอย่างแท้จริง โดยที่เจ้าของสละการครอบครองทรัพย์นั้น เช่น ผู้เช่าเช่าบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ และผู้ให้เช่าบอกให้ช่วยดูแลเฟอร์นิเจอร์ในบ้านด้วย ในกรณีนี้ถือว่าผู้เช่าได้รับมอบหมายให้ครอบครองทรัพย์ในบ้านนั้นแล้ว หากผู้เช่านำเฟอร์นิเจอร์ไปก็จะถือเป็นการยักยอก

แต่ถ้าเพียงแค่ยึดถือไว้แทนชั่วคราว เจ้าของไม่ได้สละการครอบครอง หากนำทรัพย์นั้นไปจะไม่ถือเป็นการยักยอก เช่น ฝากกระเป๋าไว้ชั่วคราวระหว่างไปเข้าห้องน้ำ ในกรณีนี้เจ้าของไม่ได้สละการครอบครอง หากนำไปจะถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์


2. ทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ในเรื่องความเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นเป็นไปตามหลักกรรมสิทธิ์ในทางแพ่ง เช่น ใครซื้อมา คนนั้นก็เป็นเจ้าของ หรือหากทรัพย์มีทะเบียน ก็ดูทะเบียนของทรัพย์นั้นว่ามีชื่อใคร คนนั้นก็เป็นเจ้าของ ยักยอกทรัพย์


3.การยักยอกทรัพย์เป็นของตนหรือบุคคลที่สาม การยักยอกทรัพย์หมายถึงการที่เราแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นในแบบที่ทำให้เจ้าของเดิมหมดสิทธิ์ อาจทำได้โดยการเปลี่ยนสภาพของทรัพย์นั้นหรือขายให้ผู้อื่น หรือซ่อนเพื่อใช้เองหรือบอกคนอื่นว่าเป็นของตนเอง หรือพูดง่ายๆ คือการนำทรัพย์นั้นไปใช้เหมือนเป็นของตัวเองโดยไม่คิดจะคืนให้เจ้าของ





ความคิดเห็น


bottom of page